จุดเริ่มต้นของความอร่อย

สวัสดี นี่ ลุงโจนส์ เอง ผมมีภรรยาชาวไทยชื่อ ”คุณไก่” ผมชอบความเป็นครอบครัวของคนไทยมากๆ เพราะเราจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ และทุกๆวันหยุด สุดสัปดาห์เราก็จะมีปาร์ตี้ และ ได้ทานอาหารร่วมกัน

แน่นอน!! อาหารไทยอร่อยมากกก ทุกคนมีความสุขกับการกิน…จนกระทั่งวันหนึ่งผมรู้สึกว่า…ผมอ้วนแล้วนะ!! ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น ลูกชายผมก็อ้วนขึ้น แต่ที่สำคัญคือ คุณไก่ เมียของผมเธออ้วนขึ้นอย่างมาก (Oh NO!! ตอนจีบใหม่ๆไม่ใช่แบบนี้ ฝรั่งเครียด)

ผมรักปาร์ตี้ในครอบครัวของเรา แต่ผมจะยอมให้อาหารมาทำร้ายสุขภาพของคนที่ผมรักไม่ได้ !! เมื่อปาร์ตี้ครั้งต่อไปมาถึง ผมจึงประกาศให้ทุกคนทราบว่า ต่อจากนี้ไปปาร์ตี้จะต้องมีผัก!!!! ซึ่งญาติๆทุกคนก็ดูเห็นด้วยกับความคิดของผม เมื่อทุกอย่างดูไปได้ด้วยดี ผมจึงนำผักสลัดชุดใหญ่ และ น้ำสลัดที่ซื้อมาจาก supermarket มาให้ทุกคนทานกัน…ผลลัพธ์น่ะเหรอ…ทุกคนทานสลัดของผมคนละคำแล้วก็กลับไปทานไก่ทอดหาดใหญ่เหมือนเดิม (T-T)

ผมพยายามให้ครอบครัวฝึกทานผัก โดยการนำสลัดไปที่งานปาร์ตี้ของเราเสมอ แต่ผลลัพธ์กลับแย่ลงทุกครั้ง จนบางครั้งแทบไม่มีใครแตะสลัดของผมเลย …ตอนนั้นผมรู้สึกโมโหมาก โมโหว่าทำไมคนไทยถึงไม่รักตัวเองกันบ้างเลย ทุกคนทานตามใจปาก ทานแต่อาหารรสจัด รสแซ่บ (ฝรั่งไม่เข้าใจจริงๆ) ก่อนที่ผมกำลังจะต่อว่าทุกคนในงาน ผมก็เกิด idea ขึ้น!! “ทำไมเราถึงไม่ทำสลัดเพื่อให้คนไทยทานล่ะ?”

พอจบปาร์ตี้ครั้งนั้น ผมคุยกับคุณไก่ทันที ว่าต่อจากนี้ผมจะทำน้ำสลัดเอง และจะต้องเป็นน้ำสลัดที่ถูกปากคนไทยด้วย ผมอยากให้ทุกคนได้ทานผักสดที่มีประโยชน์ (ฝรั่งไม่ชอบผักที่สูญเสียคุณค่าทางอาหารจากการปรุงอาหารด้วยความร้อนต่างๆ) คุณไก่เห็นความตั้งใจของผม เธอจึงอาสาเป็นลูกมือ ช่วยกันคิดสูตรน้ำสลัดที่อร่อยไห้ได้

ผมกับคุณไก่ ช่วยกันทดลองสูตรกันหลายสูตรมากๆ โดยญาติๆทุกคนเป็นผู้ชิมที่น่ารักมากๆเช่นกัน เพราะถ้าไม่อร่อยพวกเขาจะชิมกันแค่คำเดียว…ผักที่เหลือก็จะถูกนำไปทิ้ง(หรือไม่ก็เอามาทำผัดผักน้ำมันหอยหมูกรอบ) เราล้มเหลวกันหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งพวกเราค้นพบ สูตรน้ำสลัด “แซ่บซีฟู๊ด” ซึ่งเป็นครั้งแรก ที่ทำให้ญาติขาแซ่บทุกคนทานผักกันหมดเกลี้ยงจาน !!! และเรียกร้องให้พวกเราทำสลัดแบบนี้มาให้ทานอีก

ครั้งนั้น ถือเป็นความสำเร็จ ที่สร้างความมั่นใจ และ กำลังใจให้กับเราอย่างมาก หลังจากนั้นผมกับ คุณไก่ก็คิดค้นสูตรน้ำสลัดรสชาติต่างๆขึ้นมาอีกหลายรสชาติ (มีถึง 13 รสชาติในปัจจุบัน) และแน่นอน ทุกรสชาติอร่อยและใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น อาหารในงานปาร์ตี้ของครอบครัวเราเริ่มเปลี่ยนไป ตอนนี้ทั้งโต๊ะอาหารมีผักสลัดวางอยู่กว่าครึ่งโต๊ะ ทุกคนรักในการทานสลัดของผม สุขภาพดีขึ้น!! เป้าหมายของผมบรรลุแล้ว


จุดเริ่มต้นของธุรกิจ

สวัสดีครับ ผม กล้อง อาริยะ คำภิโล เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Jones’ Salad

ย้อนกลับไปหลังจากผมเรียนจบมหาวิทยาลัยได้ไม่นาน ผมตรวจพบก้อนเนื้องอกที่ใหญ่มากๆ (เกือบเท่าส้มลูกนึง) ซึ่งคุณหมอแจ้งว่ามันเป็นเนื้องอกที่มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นมะเร็ง และ แนะนำให้ผ่าออกอย่างเร็วที่สุด ผมตัดสินใจตามที่คุณหมอแนะนำซึ่งการผ่าตัดผ่านก็ไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตามคุณหมอก็ยังต้องนัดติดตามผล และ ทำ MRI อยู่เรื่อยๆเพราะมันมีโอกาสที่จะงอกขึ้นมาใหม่

จากเหตุการณ์นั้นทำให้ผมพยายามหาผักกินมากขึ้น เพราะผมเชื่อว่าอาหารที่ดีน่าจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเติบโตของเนื้องอกนั้นได้ แต่ผมก็กลับพบปัญหาว่า ชีวิตคนเมืองแบบผมนั้นหาผักดีๆกินได้ยากเหลือเกิน ประการแรกเราไม่มั่นใจว่าผักที่เรากินปลอดสารพิษจริงหรือไม่ประการที่สองผมรู้สึกว่าการซื้อผักเพื่อมาทำอาหารกินเองในคอนโดห้องเล็กๆก็ไม่ค่อยสะดวก ประการที่สาม ผมหาร้านอาหารที่ดีต่อสุขภาพและอร่อยด้วยยากเหลือเกิน จากปัญหาต่างๆเหล่านี้ทำให้ผมเริ่มมีความฝันที่อยากจะมีร้านอาหารสุขภาพเป็นของตัวเอง

เมื่อเรามีเป้าหมาย เราก็เริ่มมองหาโอกาส ซึ่งโอกาสของผมในตอนนั้นก็คือ คุณพลอย (แฟนของผม) ได้ไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย และ พักอยู่กับบ้านญาติของเธอ (น้าไก่ และ น้าโจนส์ ) โดยน้องพลอยเล่าให้ผมฟังว่า น้าโจนส์มีสูตรน้ำสลัดที่อร่อยมาก อยากให้ผมได้มาลองชิม

ผมบินไปชิมน้ำสลัดจากน้าโจนส์แล้วก็รู้สึกชอบมาก ผมขอให้น้าโจนส์ช่วยสอนผมทำน้ำสลัดรสชาติต่างๆ แล้วก็กลับมาเปิดร้านอาหารสุขภาพอย่างที่ได้ตั้งใจไว้ โดยร้านสาขาแรก เป็นร้านสลัดเล็กๆอยู่ จามจุรี สแควร์ เราตั้งชื่อร้านว่า ร้าน “โจนส์สลัด” เพื่อเป็นการขอบคุณน้าโจนส์ โดยหลังจากเปิดได้ไม่นานก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเกินกว่าที่เราคาดการณ์เอาไว้

โจนส์สลัดของเราค่อยๆเติบโตขึ้น เราเรียนรู้ เราแก้ปัญหาต่างๆ พยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอปัจจุบันร้านโจนส์สลัดขยายไปกว่า 8 สาขาในกรุงเทพมหานคร และกำลังขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมของคนรักสุขภาพในโลกออนไลน์ โดยเรามี Facebook เพจ Jones Salad ซึ่งเป็น สื่อที่ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ และมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน