
เมื่อเรากินกาแฟร่างกายจะได้รับ สารตัวนึงที่ชื่อว่าคาเฟอีน ซึ่งคาเฟอีนนี้จะมีหน้าที่ทำให้เราตื่นตัว โดยอธิบายง่ายๆ คือไป ลดการทำงานของ ** สารง่วง ที่ร่างกายหลั่งออกมา ทำให้เราหายจากความง่วง แต่หากใครกินกาแฟเป็นประจำ ร่างกายจะปรับตัว และชินกับคาเฟอีนที่ได้รับ พอชินร่างกายก็ปล่อยปล่อยสารง่วงออกมาเพิ่ม ทำให้กาแฟที่เคยกินในปริมาณเท่าเดิมไม่หายง่วง และต้องกินคาเฟอีนเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆเพื่อไม่ให้ง่วง ซึ่งเราเรียกอาการนี้ได้ว่า การดื้อคาแฟอีนนั่นเอง ** (สารง่วง = Adenosine ที่มาจับกับตัวรับของมัน ซึ่งจะทำให้เราเกิดอาการง่วง)
สำหรับใครที่เริ่มรู้ตัวว่าร่างกายกำลังดื้อคาเฟอีน ควรปรับลดการกินกาแฟลง เช่น จากที่ต้องกินกาแฟทุกวันก็ให้เหลือ 3-4 วันต่อสัปดาห์ หรือกินแบบวันเว้นวัน เพื่อให้ร่างกายค่อยๆปรับลดการหลั่งสารง่วงลง ทำติดต่อให้ได้เกิน 1 เดือนขึ้นไป
สำหรับใครที่สงสัยเรื่อง เรื่อง “คาเฟอีน” กับ “ความง่วง” ลุงมีถาม-ตอบมาไขข้อข้องใจจ้า
Q: คนอื่นกินกาแฟแล้วตื่น แต่ทำไมผมกินแล้วง่วง?
A: อาจเกิดจากการแพ้คาเฟอีน หรือตอบสนองกับคาเฟอีนไม่เหมือนคนอื่น ดังนั้นถ้าแพ้คาเฟอีกก็ไม่ต้องกินกาแฟแล้ว
Q: อยากหายง่วง กินกาแฟ ตอนไหนดีสุด?
A: กินตอนท้องว่างร่างกายจะดูดซึมคาเฟอีนได้ดีสุด หายง่วงที่สุด
Q: ใน 1 วัน กินกาแฟได้มากเท่าไหร่?
A: การได้รับคาเฟอีน ประมาณ 400mg ต่อวันเป็นปริมาณที่ปลอดภัย ซึ่งเทียบเท่ากาแฟคาปูชิโน่ หรือ ลาเต้ ประมาณ 5 แก้ว อย่างไรก็ตาม ปริมาณคาเฟอีนที่แนะนำต่อวันคือไม่เกิน 200mg หรือ กาแฟประมาณ 2 แก้ว
Q: คาเฟอีนเพิ่มการเผาผลาญได้มั้ย?
A: เพิ่มได้ บางงานวิจัยบอก คาเฟอีน 400mg เพิ่มการเผาผลาญได้ประมาณ 30 kcal ต่อชั่วโมง (ไม่เยอะนะ)
Q: รู้สึกถ้าไม่กินกาแฟแล้วง่วงมาก ทำไงดี?
A: ลดการพึ่งกาแฟลง ทำไปสักพักร่างกายจะสามารถปรับตัวได้ ค่อย ๆ ลดปริมาณการกินกาแฟลงถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องกิน
กาแฟ มีทั้งประโยชน์และโทษ กินแต่พอดีเนอะ แต่ใครจะไม่กินเลยก็ยิ่งดี ไม่ต้องคิดมาก
แสดงความคิดเห็น