เครียด vs ซึมเศร้า

วันที่โรคซึมเศร้าเป็นที่รู้จัก และ ได้รับความสนใจมากขึ้น

แต่ยังมีความสับสนอยู่มาก ว่าอาการแบบไหนนะ ที่ถือเป็นโรคซึมเศร้า

เรา หรือ คนข้างตัวเรา ที่หดหู่ ไม่มีความสุขเหมือนเคย

จะเรียกว่าเป็นโรคซึมเศร้าเลยหรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วแค่เครียดเท่านั้น

ถามว่า ทำไมเราถึงต้องแยกอาการเครียด กับ ซึมเศร้าให้ได้

นั่นเป็นเพราะว่า ความรุนแรง และ การรักษานั้นแตกต่างกัน

แล้วจะยิ่งอันตรายมากขึ้น ถ้าเขาเป็นโรคซึมเศร้า แต่เราปฎิบัติกับเขาเหมือนคนที่เครียด

จนอาจส่งผลไปสู่การฆ่าตัวตายได้เลย

ดังนั้นเรามาดูเรื่อง ความเครียด ที่ใกล้ตัวเรามากกว่ากันก่อน

ปกติธรรมชาติของเราสร้างความเครียดไว้เพื่อเป็นประโยชน์ในการเอาชีวิตรอด

เพราะในอดีตเราใช้ชีวิตด้วยการล่าสัตว์ เมื่อต้องเผชิญอันตรายร่างกายจะใช้ความเครียด

เพื่อให้เราตื่นตัวขึ้น พร้อมต่อสู้ หรือวิ่งหนีเอาตัวรอด

แต่ในสังคมปัจจุบัน พอเกิดความเครียดขึ้นเรากลับไม่สามารถต่อสู้ หรือวิ่งหนีได้เหมือนแต่ก่อน

อาจด้วยหน้าที่การงาน สถานะทางสังคม ความคาดหวังจากคนรอบข้าง จนเกิดเป็นความเครียดสะสม

ประกอบกับสังคมที่ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้เราได้ปรึกษา หรือระบายปัญหากับใครได้อย่างเปิดใจ

เมื่อความเครียดสะสมมากขึ้น หนทางแก้ปัญหาก็ยังมองไม่เห็น จึงเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ภาวะเครียด”

จุดสังเกตภาวะความเครียดหลักๆ คือ

  1. บอกได้ชัดเจนว่าเครียดเรื่องอะไร 
  2. ยังคงทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติอยู่
  3. ยังพอนอนหลับได้ ถึงแม้จะใช้เวลากว่าจะหลับ
  4. มีความรู้สึกทุกข์ไม่นาน เมื่อสาเหตุนั้นหายไป หรือปรับตัวได้ ก็จะกลับมาปกติ

การช่วยเหลือคนข้างตัวที่กำลังเครียด จะเป็นการพูดให้กำลังใจ เช่น “สู้ๆนะ” “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”  รวมทั้งรับฟัง ให้เขาสบายใจขึ้น หรืออาจให้คำแนะนำในการรับมือ วิธีการแก้ไขปัญหานั้นๆ 

อย่างไรก็ตามความเครียดมากๆ สะสมนานๆ อาจพาไปสู่การเป็น โรคซึมเศร้าได้เช่นกัน

จุดสำคัญที่แตกต่างกันชัดเจน คือ โรคซึมเศร้านั้น จัดเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง 

เรียกว่าเป็น “ความเศร้าเรื้อรังที่ทำให้สมองเศร้าไปด้วย” 

เมื่อเป็นโรค อาการจึงเกิดขึ้นเกือบตลอดเวลา 2 อาทิตย์ขึ้นไป รวมทั้งบอกไม่ได้ว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เศร้า และ อาการที่เกิดขึ้นนี้กระทบกับการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวันให้ผิดปกติไป

โดยจิตแพทย์แนะนำว่า ต้องมีอาการของโรคหลักๆ อย่างน้อย 1 ใน 2 ข้อนี้

  1. มีอารมณ์เศร้า เบื่อตัวเอง เบื่อคนรอบข้าง โลกไม่น่าอยู่
  2. ไม่มีความสุขในสิ่งเคยทำแล้วมีความสุข

และอาจมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย

  1. กระวนกระวาย อยู่ไม่สุข หรือ เชื่องช้าลง
  2. น้ำหนักลดลง หรือ เพิ่มขึ้นมาก
  3. นอนไม่หลับ หรือ นอนหลับมากเกินไป
  4. ไม่มีแรง เหนื่อยไม่มีสาเหตุ
  5. รู้สึกไร้ค่า มีใครเป็นห่วงกลับรู้สึกผิด 
  6. ไม่มีสมาธิในการจดจ่อ หรือ ลังเลใจไปหมด
  7. คิดถึงความตาย การฆ่าตัวตายซ้ำไปซ้ำมา

อย่าลืมว่าโรคซึมเศร้า เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง 

การรักษาหลักๆ จึงเป็นการใช้ยาเพื่อปรับให้สารเคมีในสมองกลับมาสมดุลปกติอีกครั้ง 

คนที่เริ่มมีอาการของโรคซึมเศร้า จึงไม่ต้องอายที่ต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อรับยา และ รักษาตามกระบวนการ เพราะว่าโรคนี้เป็นโรคที่รักษาให้หายได้นะ 

หรือถ้ายังไม่พร้อมลองโทรปรึกษากรมสุขภาพจิต ที่เบอร์ 1323 ดูก่อนก็ได้

สำหรับคนรอบข้างสามารถช่วยให้โรคซึมเศร้าหายได้เร็วขึ้น โดยเน้นการรับฟัง เอาใจใส่ ให้กำลังใจ แต่ไม่ต้องบอกว่าเขาต้องทำอะไร คอยถามไถ่ว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง รวมทั้งทำให้เขามั่นใจว่าเรารับได้ว่าเขาเป็นโรคนี้ และ เราจะอยู่ข้างเขาไม่ทิ้งไปไหน

สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ การพูดว่าสู้ๆ นะ เพราะคนที่ป่วยจะรู้สึกว่า กำลังสู้อยู่ ถ้าทำได้ทำไปนานแล้ว 

ก็ไม่ได้อยากเศร้า อยากมีความสุขแต่มันทำไม่ได้ 

และสุดท้าย ไม่ว่าจะเครียด หรือ ซึมเศร้า ด้วยความใส่ใจ รับฟัง และ การให้กำลังใจที่เรามีให้แก่กัน

ลุงเชื่อว่าในที่สุด วันที่ความเศร้าจางหายไปต้องมาถึงอย่างแน่นอน

อ้างอิงข้อมูล:

1). https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/09042014-1017

2). แพทย์หญิงพิยะดา หาชัยภูมิ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง